Pieces of a Woman: เมื่อผู้หญิงเก็บเศษเสี้ยวที่หล่นหาย โดย ก้อง ฤทธิ์ดี

ได้ฤกษ์ส่งและได้ลมส่งให้ไต่บันไดถึงเข้าชิงรางวัลออสการ์แน่ๆ สำหรับดาราหญิงชาวอังกฤษ วาเนสซา เคอร์บี้ ที่เราคุ้นหน้าจากบทเจ้าหญิงมากาเร็ต ในซีรีส์ The Crown และจากบทแม่ม่ายขาว แม่ค้าอาวุธสงครามทรงอิทธิพลใน Mission Impossible: Fallout ในปีนี้เคอร์บี้มีหนังดราม่าเข้มข้นถึงสองเรื่องที่ปั้นมาสำหรับเอากล่อง (ในสายป๊อปปูล่าเธอก็กำลังถ่ายภาคต่อของ Mission Impossible อยู่ด้วย) เรื่องที่อาจจะไม่เด่นเท่าไหร่คือ The World To Come หนังความสัมพันธ์ของสองหญิงในชนบทอเมริกายุคบุกเบิก แต่เรื่องที่เด่นกว่า และน่าจะส่งให้เธอติดลิสต์เข้าชิงออสการ์สาขาดารานำหญิง คือเรื่อง Pieces of a Woman ที่เพิ่งลง Netflix ไปเมื่อไม่กี่วันมานี้

Pieces of a Woman เป็นหนังชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างมาร์ธา หญิงสาวโก้เก๋ทันสมัยในเมืองบอสตันที่ประสบโศกนาฏกรรมต้องสูญเสียลูกจากการเลือกคลอดบุตรเองที่บ้าน กับฌอน แฟนหนุ่มที่ทำงานเป็นช่างก่อสร้างสะพาน (แสดงโดยชีอา เลอเบิฟ) ผู้กำกับคือคอร์เนล มุนดรุคโช คนทำหนังฮังกาเรียนที่ทำหนังในยุโรปมาก่อน โดยเรื่องนี้สร้างจากบทที่เขียนโดยภรรยาของเขา คาตาร์ เวเบอร์

การที่คนทำหนังมาจากฝั่งยุโรปและเคยทำหนังอาร์ตมาก่อนนี่แหละ ที่ทำให้ Pieces of a Woman กลายเป็นหนังที่มีความทะเยอทะยานในบทและมีลีลาการกำกับที่หวือหวาและมีรสมือประหลาดกว่าหนังชีวิตแบบฮอลลีวูดทั่วไป เปิดฉากมาผู้ชมก็เจอเข้ากับฉากสำคัญ เป็นลองเทคแบบไม่ตัดความยาวเกือบครึ่งชั่วโมง ที่เราเห็นมาร์ธาเกิดอาการน้ำเดินจะคลอดลูก คนดูถูกนำพาไปจ้องมองทุกความเจ็บปวดบนใบหน้า ทุกการขยับเขยื้อนของร่างกาย ทุกเสียงร้องจากความอึดอัด กล้องจับไปที่ใบหน้าของมาราแบบโดยแทบไม่ละสายตา จากห้องครัวที่เธอเริ่มปวดท้อง ไปที่โซฟา ไปที่ห้องน้ำเพื่อแช่น้ำในอ่างเมื่อหมอตำแย (แบบฝรั่ง) มาถึง ไล่เรียงไปที่เตียงเมื่อเธอคลอดทารกออกมา การเกิดที่นำพาไปสู่ความตาย วงจรชีวิตของมนุษย์ถูกรวบยอดนำเสนอได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที การที่หนังพาเราไปร่วมประสบการณ์ของมาร์ธาอย่างจับจ้องไม่ละวาง สร้างความอึดอัด ลุ้น เครียด ดีใจและเสียใจ (โดยเฉพาะกับคนดูผู้ชายที่ไม่เคยถูกจับ-บังคับให้ร่วมแชร์ความรู้สึกของสตรีเพศแบบนี้มาก่อน) ทั้งหมดนี้เป็นยุทธวิธีของผู้กำกับที่ท้าทายคนดูและสร้างความเห็นอกเห็นใจให้ตัวละครไปพร้อมๆ กัน    

หนังอาจจะเปิดโอกาสให้วาเนสซา เคอร์บี้ แสดงความสามารถมากกว่านักแสดงคนอื่นๆ แต่นักแสดงที่น่าจับตาพร้อมๆ กันไปมีอีกสองคน หนึ่งคือชีอา เลอเบิฟ ในบทแฟนหนุ่ม จากนักแสดงวัยรุ่นสนุกสนานที่คนจำได้ เลอเบิฟในช่วงหลังกลายเป็นนักแสดงที่หนักหน่วงและมักได้รับบทผู้ชายมีปัญหาที่ต้องต่อสู่กับปีศาจภายในตัวเอง (อันนี้ทับซ้อนกับชีวิตนอกจอของเขา ที่เขายอมรับว่าติดเหล้าและเพิ่งถูกแฟนสายฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายเมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง) ฉากสำคัญระหว่างฌอน กับมาร์ธา อีกฉากหนึ่งใน Pieces of a Woman คือฉากที่เขาพยามมีเซ็กซ์กับเธอ มาร์ธากระอักกระอ่วน ไม่มั่นใจในขณะที่ฌอนก็รุกหนัก ก่อนที่เธอจะกึ่งยอมตามเขาแต่การต่อต้านของร่างกายยังคงไม่หมดไป ความพยายามกลบเกลื่อนความโศกเศร้าด้วยสัญชาตญาณดิบทางเพศของทั้งสองคน อีกทั้งสภาพจิตใจที่สั่นคลอนจนไม่แน่ใจว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ทำให้ฉากนี้ตึงเครียดและน่าสนใจมากพอๆ กับฉากคลอดลูกในตอนต้น

นักแสดงอีกคนที่ออกมาไม่กี่ฉากแต่เด่นมาก คือเอลเลน เบิร์นสตีน ดาราฮอลลีวูดที่แสดงเป็นอลิซาเบ็ธ แม่ของมาร์ธา ตัวอลิซาเบ็ธเป็นคนยุโรปที่อพยพมาอเมริกา และเคยเผชิญกับโศกนาฎกรรมในชีวิตของเธอเช่นกัน ความพยายามของเธอให้มาร์ธาหา “ทางลง” ให้กับฉากชีวิตอันบอบช้ำ เป็นความหวังดีที่กลายเป็นความโหดร้าย และยังแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของทัศนคติและค่านิยมระหว่างคนสองรุ่น ระหว่างสองสภาวะจิตใจ

สุดท้ายแล้ว มาร์ธาค้นพบว่าความโศกเศร้าเป็นเรื่องส่วนตัว บาดแผลในใจบางครั้งไม่ใช่เรื่องเดียวกับ “ความยุติธรรม” ของกฎหมาย หรือกฎของสังคมอื่นๆ ร่างกายของผู้หญิงเป็นสนามรบที่ต้องเผชิญกับศึกภายในและภายนอกทั้งแต่เกิดจนแก่ และเจ้าของร่างกายนั้นแต่เพียงผู้เดียวที่จะสามารถเลือกทางออกและเยียวยาบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นต่อตัวเธอได้