ยังไม่ต้องฝันถึง แซ็ก ชไนเดอร์ ยืนยันวอร์เนอร์ยังไม่สนใจทำ Justice League ภาคต่อ

ในอดีต แซ็ก ชไนเดอร์ เปรียบได้กับผู้กุมอนาคตและกำหนดทิศทางของจักรวาลหนังดีซี ซึ่งทางค่ายวอร์เนอร์และดีซีเอง ก็มั่นอกมั่นใจในตัวแซ็กมาก ถึงกับจับเขาเซ็นสัญญาให้กำกับหนังทีเดียว 5 เรื่องรวด แต่สุดท้ายแล้ว แซ็กก็กำกับไปได้แค่ 3 เรื่องคือ Man of Steel (2013) ตามมาด้วย Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) และเรื่องที่เป็นปัญหาก็คือ Justice League (2017) ที่เขาเริ่มต้นไว้และไม่สามารถปิดจบโพรเจกต์ได้ เนื่องจากปัญหาทางด้านครอบครัว ซึ่งตามสัญญาแล้ว แซ็กจะต้องสานต่อ Justice League ให้เป็นไตรภาค แต่เมื่อภาคแรกได้เสียงตอบรับไม่เป็นที่น่าพอใจนัก อนาคตของ Justice League ก็เลยหยุดอยู่แค่ภาคเดียวนี้

ในเดือนหน้านี้ Justice League ในเวอร์ชันของแซ็ก ชไนเดอร์ ก็จะออกสตรีมมิงทางช่อง HBO Max ช่วงนี้แซ็กก็เลยต้องเดินสายโพรโมตผลงาน เมื่อเร็ว ๆ นี้เขาก็ไปให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ I Minutemen ที่เผยแพร่ผ่านทางยูทูบด้วย ในช่วงหนึ่ง พิธีกรได้ถามแซ็กว่าถ้า Zack Snyder’s Justice League ประสบความสำเร็จ แล้วจะมีความเป็นไปได้ไหมที่จะมี Justice League ภาค 2 ซึ่งแซ็กก็ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ทางวอร์เนอร์ไม่ได้แสดงท่าทีว่าอยากจะสานต่อ Justice League อีก 2 ภาคที่เหลือเลย ไม่มีวี่แววแม้แต่จะทำภาค 2

“เท่าที่ผมทราบนะ ไม่เห็นว่าทางค่ายเค้าจะสนใจหรือมีท่าทีกะตือรือร้นที่จะภาคต่อกับผมเลย แต่สำหรับผมแล้วผมก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะได้กลับมาทำ Justice League ในทิศทางของผมเอง ซึ่งครั้งนี้ผมก็ทำให้ดีที่สุด อย่างที่ Justice League ควรจะเป็น ในการจับตัวละครที่มีบุคลิกแตกต่างกันมารวมไว้ด้วยกัน ซึ่งแนวคิดนี้ล่ะที่หนังเรื่องนี้ต้องการจะสื่อ”

จะเห็นได้ว่า แซ็ก ชไนเดอร์ ได้เป็นผู้วางทิศทางของหนังในจักรวาลดีซีไว้ค่อนข้างเด่นชัด จนถึงกับมีคำว่าเรียกว่า SnyderVerse เขาเป็นคนสร้าง ซูเปอร์แมน ในภาพลักษณ์ของ เฮนรี่ คาวิลล์, แบตแมน ในภาพลักษณ์ของ เบน แอฟเฟล็ก, โจ๊กเกอร์ ในภาพลักษณ์ของ จาเร็ด เลโต และตัวละครอีกมากมายที่ล้วนประกอบขึ้นมาเป็น จักรวาลหนังดีซี แม้ว่าเขาจะห่างหายไปจากจักรวาลหนังดีซีถึง 4 ปี แต่รากฐานที่เขาได้วางไว้ก็แข็งแรงพอที่ผู้กำกับคนอื่น ๆ จะสานต่อไปได้ในทิศทางของแต่ละคน แซ็กกล่าวว่าเขาภูมิใจในเรื่องนี้มาก

“ผมคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีหนังออกมาได้มากเพียงนี้ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ ผมว่ามันมหัศจรรย์มาก ซึ่งเขาทำให้มันสานต่อไปได้อีกยาวไกล บอกตรง ๆ ผมปลาบปลื้มมาก คุณดูสิ เรามีทั้ง Wonder Woman, Aquaman แล้วยังจะมีหนัง The Flash อีกด้วย ทั้งหมดนี้มันก็เหมือนกิ่งก้านสาขาที่แตกออกจากต้นไม้ที่ผมปลูกไว้เมื่อนานมาแล้ว ผมปลาบปลื้มจนบอกไม่ถูก ผมไม่สามารถแสดงความตื่นเต้นได้มากกว่านี้แล้วกับหนังที่เรามีตอนนี้ทั้ง Wonder Woman 1984 มันยอดเยี่ยมมาก ที่เป็นผลงานของคนเก่ง ๆ แพตตี้ นี่เธออัจฉริยะมาก และ กัล ก็เป็น Wonder Woman ที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยมีมา แต่ละครั้งที่คนพวกนี้ได้สานต่อบทใหม่ ๆ ให้กับจักรวาลเรา มันยิ่งใหญ่เสมอ แต่สำหรับผมแล้ว ผมก็มีวิสัยทัศน์ส่วนตัวของผมนะว่าควรจะไปทางไหน”